ข้อมูลเนปาล


8/12/2554 1:45:27
ข้อมูลเนปาล

ประเทศเนปาล
เนปาลเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านชีววิทยา มีพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 60 เมตรขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดของโลก คือยอดเขาเอเวอเรสต์ และยังมีสภาพผันแปรแตกต่างกันไปทุกๆ 150 กิโลเมตร ตั้งแต่ภูมิอากาศแบบเขตร้อน ถึงแบบอาร์กติก ทำให้ประเทศเนปาลมีระบนิเวศน์ที่น่าอัศจรรย์ ตั้งแต่เทือกเขาที่ยาวเป็นแนวซึงปกคลุมด้วยแมกไม้ ป่าเมืองร้อนที่อุดมไปด้วยสัตว์ป่ามากมาย แม่น้ำที่เชี่ยวกราก รวมถึงหุบเขาที่หนาวเย็น นอกจงเป็จากนี้ประเทศเนปาลยังเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม เนื่องจากประเทศเนปาลเป็นแหล่งรวมผู้คนหลายเชื้อชาติ และหลายชนเผ่าทีมีภาษาพูดและภาษาท้องถิ่นแตกต่างกันมากถึง 70 ภาษา มีเมืองหลวงคือ กาญมาณฑุ จำนวนประชากร 23 ล้านคน

ประวัติศาสตร์เนปาล
ประเทศเนปาลมีความเป็นเอกราช และมีการปกครองระบอบกษัตรืย์ มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและประเพณีสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ในอดีต กาฐมาณฑุปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มัลละ ซึ่งให้การสนับสนุนในด้านศิลปะและวัฒนธรรม ต่อมามีการรนรงค์รวมชาติโดยกษัตริย์ปฤถวีนารายัณ ชาห์ได้ขึ้นต ครองราขย์ปกครองประเทศต่อจากราชวงศ์มัลละ โดยมีกษัตริย์คยาเนนทร์ พรีพิกรม ชาห์ เทพ เป็นกษัตรืย์องค์ที่ 12 แห่งราชวงศ์ชาห์ พระองค์ทรงได้ขึ้นครองราขย์วันที่ 4 มิถุนายน 2544 การปฏิวัติในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2493 เป็นการสิ้นสุดช่วงการปกครองโดยตระกูลรานะ ซึ่งได้ปกครองประเทศเป็นเวลา 104 ปี ตั้งแต่พ.ศ.2389 หลังจากการล่มสลายของการปกครองตระกูลรานะ ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2494 เนปาลเริ่มให้ความสนใจกับระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย จากนั้นได้มีการนำการปกครองแบบรัฐสภาพที่มีรัฐบาลผสมมาใช้ตามมาด้วยระบบปัญจยัตตั้งแต่ พ.ศ.2503 เป็นต้นมา การปฏิวัติสู่ระบบประชาธิปไตยที่มีขึ้นในปีพ.ศ.2533 ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนการปกครองในระบอบนประชาธิปไตยแบบรัฐผสม ดังนั้นจึงมีการประกาศใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบใหม่ของประเทศเนปาลในวันที่ 9  พ.ย.2533

การปกครอง

ในช่วงพ.ศ.2522 ได้เกิดการเดินขบวนเรียกร้องการปกครองแบบประชาธิปไตยขึ้นหลายครั้ง เพื่อสนองตอบข้อเรียกร้องดังกล่าว พระราชาธิบดีพิเรนทร์ พีร์ พิกรม ซาห์ เทพ จึงโปรดให้มีการลงคะแนนเสียงขึ้น ผลที่ได้ก็คือ ฝ่ายที่สนับสนุนการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ชนะไปด้วยคะแนนเสียงเพียงเล็กน้อย ปัจจุบันเนปาลปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาและมีหลายพรรคการเมือง พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศภายใต้รัฐธรรมนุญ มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติมี 2 รัฐสภาพ ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรทีมาจากการเลือกตั้งของประชาชน จำนวน 205 คนมีวาระ 5 ปี และสภาสูงจำนวน 60 คน ซึ่ง 10 คน มาจากพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง 35 คนมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสภา (ต้องมีผู้หญิงอย่างน้อย 3 คน) และ 15 คนมาจากการเลือกตั้งเขตต่างๆทั่วประเทศ ฝ่ายบริหาร รัฐบาลมาจากพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภาฯ หรือหลายพรรครวมกันแล้วมีเสียงข้างมากในสภาฯ โดยอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี ฝ่ายตุลาการ ประกอบไปด้วยศาลชั้นต้น ศาลอุทรณ์ และศาลฏีกา ประธานศาลฎีกาได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์มีวาระ 7 ปี

ประชากร

ประชากรประกอบด้วยชาติพันธุ์ที่สำคัญได้แก่ พวก มองโกลอยด์ ซึ่งมาจากทิเบต สิกขิม และบริเวณภูเขาในแคว้นอัสสัมและเบงกอล ส่วนอีกพวกหนึ่งสืบเชื้อสายมาจากอินโดรายันที่อพยพมาจากที่ราบลุ่มทางตอนเหนือของอินเดีย ประเทศเนปาล มีประชากรที่ประกอบด้วยผู้คนต่างเชื่อชาติและต่างเผ่าพันธ์ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างกัน ซึ่งมีวัฒนธรรมและภาษาพูด ภาษาท้องถิ่นหลากหลายภาษา แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆดังนี้ คือ 1.กลุ่มที่ได้รับการยกย่องและมีอำนาจมากที่สุดในสังคมได้แก่ วรรณะพรหมร์ กษัตริย์ และแพศย์ 2.กลุ่มที่สำคัญรองลงมา คือชาวเขาเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่กระจัดกระจายทั่วไปบริเวณเนปาลได้แก่ เผ่าคุรุง และเผ่ามาคาร์ อาศัยอยู่ทางทิศตะวันตกและทางตอนใต้ของที่ราบแนวเทือกเขาอรรณาปุรณะ หิมาชูริ และคเณศหิมัล เผ่าราย เผ่าลิมบู และเผ่าซูนูวาร์ อาศัยตามเทือกเขา หุบเขา แนวที่ลาด และหมู่บ้านทางทิศตะวันออก เผ่าเซอร์ปา เผ่ากุรข่า อาศัยอยู่ในบริเวณเทือกเขาหิมาลัยบนระดับความสูง 4,570 เมตร เผ่าเนวาร์ ซึ่งมีความสำคัญนั้นอาศัยอยู่ในแถบเมืองหลวงกาฐมาณฑุ นอกจากนี้ยังมีเผ่าตารุ เผ่าราชบันศิ เผ่าธิมัล ทีอาศัยตามที่ลุ่มในเขตเตไร ส่วนพวกชนเผ่าบามัล พวกพราหมณ์ เผ่า เฉตริ เผ่าฐากูรี จะกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งนี้การแบ่งกลุ่มดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดบทบบาทสำคัญ ที่ส่งผลต่อสังคมและการเมืองของประเทศ อันได้แก่ความแตกต่างทางขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษา และวัฒนธรรม สิ่งที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดการแบ่งแยก ได้แก่ปัจจัยด้านเผ่าพันธุ์ วรรณะ และสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์

สภาพภูมิศาสตร์ ประเทศเนปาลมีพื้นที่ 145,391 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงทางตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัย เป็นปรเะเทศเล็กๆ ที่ไม่มีทางออกทะเลเนื่องจากถูกล้อมรอบด้วยประเทศอื่นๆทิศเหนือติดกับทิเบต และสิกขิม ติดกับเบงกอลตะวันตกของประเทศอินเดีย และทิศใต้ติดกับรัฐพิหารและอุตรประเทศ มีความยาวจากเหนือจรดใต้ 145-241 กิโลเมตร และจากทางทิศตะวันออกถึงตะวันตก 885  กิโลเมตร นอกจากนี้บางพื้นที่ยังมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,220 เมตรอีกด้วย
ประเทศเนปาลแบ่งออกเป็น 3 เขตภูมิภาคได้แก่
1.เทือกเขาหิมาลัย ประกอบด้วยยอดเขาของโลก 8 ยอดที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเกิน 8,000 เมตร เช่น ยอดเขาเอเวเรสต์ ซึ่งมีความสูง 8,848 เมตร
2.เขตภูเขามีพื้นที่ 64% ของประเทศ ถูกแบ่งโดยเทือกเขามหาภารตะ ซึ่งมีความสูง 4,871 เมตร และทางด้านใต้มีเทือกเขาชุเรีย ซึ่งมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่
610-1,524 เมตร
3.เขตเตไร เป็นเขตที่ราบต่ำมีความกว้างประมาณ 26-32 กิโลเมตร และมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลสูงสุดที่ 305 เมตรครอบคลุมพื้นที่ 17% ของประเทศ

ภูมิอากาศภูมิดากาศใน ประเทศเนปาลมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของประเทศ ขึ้นอยู่กับความสูงเหนือนน้ำทะเล เช่น เขตเตไรซึ่งอยู่ใต้เขตร้อน มีลักษณะอากาศแบบร้อนชื้น เขตภาคกลางนั้นมีอากาศดีเกือบตลอดปีถึงแม้ช่วงกลางคืนของฤดูหนาวจะเย็นก็ตาม ส่วนในเขตภูเขาทางตอนเหนือที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเกิน 3,353 เมตร มีสภาพอากาศแบบเทือกเขาสูงที่มีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำในฤดูหนาว ประเทศเนปาลมีสี่ฤดูกาลดังนี้
1.ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม) มีอากาศที่อบอุ่นและอาจมีฝกตกประปราย อุณหภูมิสูงสุด 30 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 7 องศาเซลเซียส
2.ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน-สิงหาคม) มีอากาศที่อบอุ่นถึงร้อนและมีพายุฝน ตามเทือกเขาจะเขียวชอุ่ม อุณหภูมิ 29 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 19 องศาเซลเซียส
3.ฤดูใบไม้ร่วง(เดือนกันยายน-พฤศจิกายน) มีอากาศอบอุ่นและเย็นในบางเวลา ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะแก่การเดินเขา อุณหภูมิสูงสุด 28 องศาเซลเซียสต่ำสุด 7 องศาเซลเซียส
4.ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์) มีอากาศหนาวเย็นจัดตอนกลางคืนและรุ่งเช้า และจะมีหมอกหนา ยกเว้นในช่วงที่มีแสงแดดจากดวงอาทิตย์อากาศจะอบอุ่น อุณหภูมิสูงสุด 19 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 2 องศาสเซลเซียส

ศาสนาและวัฒนธรรม

ประเทศเนปาลมีศาสนาหลักคือ ศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ ชาวเนปาลที่นับถือศาสนาฮินดูมี 86.5% และศาสนาพุทธมี 7.8% ศาสนาทั้งสองมีความเกี่ยวพันกันจากความเคารพนับถือที่ชาวเนปาลมีต่อเทพต่างๆ และการเฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆ ที่เหมือนกันของทั้งสองศาสนา นอกจากนี้ชาวเนปาลยังนับถือศาสนาอิสลาม 3.5% และอีก 2.1% เป็นศาสนาอื่นๆ

ทรัพยากรการเกษตร

ชาวเนปาลส่วนมากทำงานด้านการเกษตร ได้แก่ ข้าวเจ้า ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย ยาสูบ ข้าวสาลี ถั่ว และมันฝรั่ง

ทรัพยากรแร่ธาตุ

แร่ธาตุที่สำคัญของประเทศเนปาลได้แก่ แร่ไมก้า ถ่านหินลิกไนต์ ทองแดง โคบอลต์ แร่เหล็ก พลวง และตะกั่ว

ภาษา

เนปาลี (Napali) เป็นภาษาประจำชาติที่มีการประดิษฐ์ขึ้นในแบบตัวอักษรเทวนาครี (Devanagari) ถือเป็นภาษากลางที่ใช้ในเนปาล โดยมีรากฐานมาจากภาคเหนือของประเทศอินเดีย นอกจากนี้ผู้ที่มีการศึกษาสามารถพูดและเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดี

เวลา

เวลาของเนปาลช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง 15 นาที

ข้อมูลก่อนการเดินทาง

วีซ่า
การเดินทางเข้าประเทศเนปาลนักท่องเที่ยวจะต้องใช้วีซ่าในการเข้าประเทศ ซึ่งสามารถติดต่อขอวีซ่าได้ที่ สถานเอกอัคราชทูตเนปาล เลขที่ 189 สุขุมวิท 71 พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10110 เบอร์โทรติดต่อ 0-2390-2280, 0-2391-7240
นักท่องเที่ยวสามารถทำเรื่องขอวีซ่าได้ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดสุดสัปดาหืและวันหยุดราชการ ในเวลา 09.00-12.00 น. เอกสารที่ต้องเตรียม พาสปอร์ต รูปถ่าย 1 ใบ ค่าธรรมเนียมยื่นขอวีซ่า 1,400 บาท และสามารถได้วีซ่าในวันรุ่งขึ้น ซีซ่าจะมีอายุ 60 วัน และจะต้องเดินทางเข้าประเทศเนปาลภายใน 6 เดือน โดยเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนี่ยม

ข้อมูลทั่วไป

กรมการตรวจคนเข้าเมืองตั้งอยู่ที่ภริกุฏิมัณฑป กรุงกาฐมาณฑุ และมีสาขา 9 แห่งตั้งอยู่ทั่วประเทศ
Department of Immigration
Bhirkutimandap, Kathmandu
โทรศัพท์  223590, 222453, 223681
แฟกซ์ 223127
อีเมล   : immigration@most.gov.np
เว็บไซต์ : www.immi.gov.np

เวลาเปิดทำการสำนักงาน(กรมการตรวจคนเข้าเมือง) คือวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น. ในฤดูร้อน (ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤศจิกายน) และ09.00-16.00 น. ในฤดูหนาว (ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์)
เวลาในการร้องทุกข์ คือวันจันทร์-ศุกร์เวลา 09.00-15.00 น. ในฤดูร้อนและเวลา 09.00-14.00 ในฤดูหนาว

จุดผ่านแดนของประเทศเนปาล

เนปาลมีจุดผ่านแดน 8 จุดคือ

  1. Tribhuvan International Airport, Kathmandu
  2. Kakarvittta, Jhapa (เนปาลตะวันออก)
  3. Birgunj, Parsa (เนปาลกลาง)
  4. Kodari, Sindhupalchowk (ชายแดนทางเหนือ)
  5. Belahia, Bhairahawa (Rupandehi -  เขตเนปาลตะวันตก)
  6. Jamunaha, Nepalgunj (Banke - เขตเนปาลตะวันตกกลาง)
  7. Mohana, Dhangadhi (Kailali - เขตเนปาลตะวันตกไกล)
  8. Gadda Chauki, Mahendranagar (Kanchanpur - เขตเนปาลตะวันตกไกล)

วีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์จะเดินทางมาประเทศเนปาลจะต้องใช้พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุหรือเอกสารการเดินทางอื่นๆ เทียบเท่ากับพาสปอร์ตที่ออกโดยรัฐบาลในการเดินทางไปต่างประเทศ
การเข้าประเทศ นักท่องเที่ยวไม่มีสิทธิ์ในการเดินทางเข้าสู่ประเทศเนปาลด้วยการใช้วีซ่าที่หมดอายุแล้ว โดยสามารถทำการขอวีซ่านักท่องเที่ยวเป็นระยะเวลาต่างๆ ได้จากสถานเอกอัครราชทูตเนปาล สถานกงสุล สำนักงานอื่นๆ หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซึ่งตั้งอยู่ที่จุดผ่านแดนประเทศเนปาล
การต่ออายุวีซ่านักท่องเที่ยว สามารถต่ออายุวีซ่านักท่องเที่ยวได้เป็นเวลา 120 วัน ที่กรมตรวจคนเข้าเมือง กรุงกาฐมาณฑุ และที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่โปขระ
(Pokhara) หลังจากนั้นสามารถขอต่ออายุได้อีก 30 วัน ที่กรมตรวจคนเข้าเมือง หากมีเหตุผลที่เชื่อถือได้ว่านักท่องเที่ยวทุกคนจะออกจากประเทศหลังจากอยู่มาเป็นระยะเวลา 150 วันโดยการใช้วีซ่าปี

การงดเว้นค่าธรรมเนียม วีซ่านักท่องเที่ยว

- สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี
- สำหรับผู้สืบเชื้อสายอายุไม่เกิน 16 ปี ที่ถือพาสปอร์ตของผู้ปกครองชาวเนปาลหรือผู้ปกครองคนใดคนหนึ่งที่เป็นชาวเนปาล
- สำหรับผู้ที่มีเชื้อสายเนปาล หลังจากทำพาสปอร์ตครั้งแรกที่สำนักงานทูตต่างชาติของเนปาล จนกว่าจะถึงระยะเวลาที่จะเดินทางออกนอกประเทศ

ข้อกำหนด

- นักท่องเที่ยวสามารถอยู่ในประเทศเนปาลได้ถึง 150 วันตามที่กำหนดในวีซ่าปี (เดือนมกราคม-ธันวาคม)
- นักท่องเที่ยวต้องทำการต่ออายุวีซ่าก่อนถึงเวลาวีซ่าหมดอายุ โดยนักท่องเที่ยวผู้ใดที่ไม่ปฏิบัติตามกฎนี้อาจถูกปรับหรือได้รับโทษตามที่ระบุในกฎและการปฏิบัติว่าด้วยการเข้าประเทศ (Immigration Act and Rules)
- ห้ามนักท่องเที่ยวที่ได้วีซ่านักท่องเที่ยวทำงาน ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ค่าตอบแทนก็ตาม
- นักท่องเที่ยวจะต้องไม่กระทำการอื่นใดนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในวีซ่า

บัตรขาเข้า และขาออกประเทศ (Embarkation and Disembarkation Cards)
นักท่องเที่ยวจะต้องเขียนบัตรขาเข้าและขาออกประเทศ เมื่อเดินทางเข้าและออกประเทศเนปาล

วีซ่าขาออก (Exit Visa)
นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องมีวีซ่าขาออก แต่ต้องแสดงพาสปอร์ตตรงประตูทางออก

เงินตรา
เนปาลมีหน่วยเงินเป็น "รูปี"
- 1รูปี (Rupee) มีค่าเท่ากับ 100 ไปสา (Paisa) คิดเป็นเงินไทยเท่ากับ 0.42 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยน) ธนบัตรเนปาลมีมูลค่า 1,000, 500, 250, 100, 50, 25, 20, 10, 5, 2 และ 1 รูปี ส่วนเหรียญมีมูลค่า 5, 2 และ 1 รูปี
- นักท่องเที่ยวสามารถรับเงินจากที่ใดก็ได้ในโลกผ่านทางธนาคารเวสต์เทิร์นยูเนียนที่ดูร์บาร์มาร์ก (Durbar Marg) โทรศัพท์ 223530 หรือธนาคารเนปาลที่ธนาคารเนปาลอาหรับเมืองกานติปาถ (Nepal Arab Kantipath) โทรศัพท์ 228538 ธาเมล โทรศัพท์ 418363
- บัตรเครดิตของอเมริกัน เอ็กซ์เพรส วีซ่าและมาสเตอร์การ์ด เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปทั้งนี้ตามร้านค้าทั่วไปจะขอเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มตั้งแต่ 1-6 %
- ควรเก็บใบเสร็จของการแลกเปลี่ยนนั้นไว้ด้วย สำหรับและเงินคืนเป็นเงินบาทในขณะออกจากประเทศที่ห้องพักผู้โดยสารขาออกที่สนามบินนานาชาติตรีภูวัน (Tribhuvan International airport)

การเดินทาง
ทางอากาศ สายการบินแห่งชาติของประเทศเนปาลที่มีเที่ยวบินไปและกลับระหว่างประเทศไทยและประเทศคือ สายการบินรอยัลเนปาล (The Royal Nepal Airlines : RA) และการบินไทย ใช้เวลาบิน 2 ชั่วโมงครึ่งและ 3 ชั่วโมงตามลำดับ
ทางบก นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางเข้าประเทศเนปาลโดยทางรถยนต์ต้องใช้ทางเข้าต่อไปนี้เท่านั้นกะกระภิตตะ (Kakarbhitta) พีร์กุญช์ (Birgunj) เพหลียา (Belahia) เนปาลกุญช์ (Nepalgunj) ธานคะ (Dhangadhi) มเหนทระนคร (Mahendra Nagar) บริเวณชายแดนเนปาล-อินเดีย และโกทารี (Kodari) บริเวณชายแดนเนปาล-จีน
ทางรถยนต์ กรุงกาฐมาณฑุมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศอินเดียทางที่ราบของเขตเตไร ผ่านทางหลวงที่มีทัศนียภาพสวยงามนักท่องเที่ยว ได้รับการอนุญาตให้ขับรถยนต์ส่วนบุคคลไปยังกรุงกาฐมาณฑุโดยใช้ทางหลวงเส้นนี้ซึ่งต้องมีใบขับขี่สากล นอกจากนี้ยังมีบริการรถโดยสารประจำทางไปยังกรุงกาฐมาณฑุจากโกทารีทั้งเวลากลางวันและกลางคืนอีกด้วย
เส้นทางอาร์นิโก ราชมรรคา (Arniko Rajmarga) หรือเส้นทางหลวงกาฐมาณฑุ-โกทารี (Kathmandu-Kodari Highway) นั้นเชื่อมกรุงกาฐมาณฑกับเขตทิเบตของสาธรณะรัฐประชาชนจีน และยังมีบริการรถโดยสารประจำทางจากกรุงกาฐมาณฑุไปโกทารีอีกด้วย
ถนนและเส้นทางต่างๆ ในประเทศเนปาลนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมดูและของประเทศ หุบเขาโปขระนั้นติดต่อกับกรุงกาฐมาณฑุผ่านทางหลวงที่มีทัศนียภาพที่สวยงามชื่อว่า ปฤถวี ราชมรรคา (Prithvi Rajmarga) ส่วนเมืองโปขระ ซึ่งห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันตก 200 กิโลเมตรนั้นก็มีทางเชื่อมกับชายแดนเมืองสุเนาลี (Sunauli) ของประเทศอินเดียโดยทางหลวงอีกเส้นหนึ่งชื่อว่า สิทธัตถะ ราชมรรคา (Siddhartha Rajmarga) และนักท่องเที่ยวยังสามารถขับรถจากกรุงกาฐมาณฑุไปยังเขตชายแดนด้านตะวันออกของประเทศเสปาลโดยใช้ทางหลวงที่ชื่อว่า มเหนทระ ราชมรรคา (Mahendra Rajmarga) ซึ่งรู้จักกันในชื่อว่าทางหลวงสายตะวันออก-ตะวันตก นอกเหนือไปจากนี้ พื้นที่ภายในของประเทศเนปาลก็เชื่อมถึงกันโดยถนนมากมายหลายสาย และยังมีรถโดยสามารถที่ให้บริการเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศ โดยมีสถานีขนส่งรถโดยสารกลาง ตั้งอยู่ที่พาคบาซาร์ (Bag Bazaar) หลังศาลาว่าการเมือง

การเดินทางในประเทศ
สายการบินรอยัลเนปาลมีเครือข่ายการบริการที่ครอบคลุมประเทศเนปาล โดยมีเที่ยวบินไปตาเปลซุง (Taplejung) ไพตาที (Baitadi) ทาร์ชุลา (Darchula) ภัทราปุร์ (Bhadrapur) ราชพิราช (Rajbiraj) โภชปุรี (Bhojpuri) พาปลู (Phaplu) ลุกลา (Lukla) ลามิทาทา (Lamidada) ตุมลิงตาร์ (Tumlingtar) รุมจาตาร์ (Rumjatar) พิรัตนคร (Biratnagar) เนปาลกุญช์ (Nepalgunj) ชาวร์จาริ (Chaurjhari) สุระเขต (Surkhet) โรลปา (Rolpa) จุมลา (jumla) กอลติ (Kolti) มเหนทระนคร (Mahendranagar) ดานกาที (Dhangadi) ซิลกาที (Silgadi) ติกาปุร์ (Tikapur) และซานเผพาคาร์ (Sanphebagar) นอกเหนือจากสายการบินรอยัลเนปาลแล้ว ยังมีสายการบิน ในประเทศอื่นๆ มากกว่า 18 บริษัท ที่ให้บริการการบินสู่จุดหมายปลายทางท้องถิ่นยอดนิยม ได้แก่ Nepal Airways, Everest Air, Himalayan Helicopters และ Necon Air เป็นต้น และยังมีบริการเฮลิคอปเตอร์ในการช่วยชีวิต การขนย้ายคลังสินค้าหนักและธัญญาหาร การถ่ายภาพทางอากาศ การท่องเที่ยว การเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ และการสกีทางเฮลิคอปเตอร์ (Heliskiing) โดยบริการสายการบินภายในประเทศของประเทศเนปาลนั้นชึ้นชื่อในด้านความตรงต่อเวลาและน่าเชื่อถือ

เดินทางโดยรถไฟ
สถานีรถไฟเนปาล ชนักปุร์-ชายานคร (Nepal Janakpur-Jayanagar Railway / NJJR) เปิดให้บริการการขนส่งสินค้าแช่แช็งและขนส่งผู้โดยสารในแถบด้านตะวันออกของเขตเตไร

แท็กซี่จ่ายเงินล่วงหน้า (Pre-paid Taxi)
เคาน์เตอร์สำหรับแท็กซี่ที่จ่ายเงินล่วงหน้าได้ของสนามบินนานาชาติตริภูวัน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับช่องทางสีเขียว โดยแท็กซี่ประเภทนี้จะป้ายทะเบียนรถเป็นสีเขียว ส่วนแท็กซี่มิเตอร์นั้นจะมีป้ายทะเบียนรถสีดำ สามารถใช้บริการแท็กซี่มิเตอร์ไปลงย่านศูนย์การค้าของเมืองได้

เที่ยวบินชมยอดเขา (Mountain Flight)
สายการบินต่างๆ ในประเทศ มีบริการจัดเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำในการชมยอดเขาของประเทศเนปาลที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเปิดให้บริการตลอดทั้งปี

เนปาล2 เนปาล 1 เนปาล