จังหวัดเชียงราย
คำขวัญประจำจังหวัด เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา
ดวงตราประจำจังหวัด รูปช้างสีขาว
ดอกไม้ประจำจังหวัด พวงแสด
ต้นไม้ประจำจังหวัด กาสะลองคำหรือปีบทอง
เชียงรายเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำกก ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ มีผู้คนเข้ามาตั้งหลักแหล่งอย่างไม่ขาดสายนับตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ เป็นจังหวัดที่ใหญ่อีกจังหวัดของประเทศไทยที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งแม่น้ำ ขุนเขา และป่าไม้ เป็นเมื่องเก่าแก่ที่มีประวัติมาตั้งแต่ยุคโบราณ และยังคงมีโบราณสถานอันควรค่าแก่การรักษาหลงเหลือหลายแห่ง โดยมีพื้นที่ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ของประเทศไทย รวมถึงเป็นแหล่งกำเนิดศิลปะแบบล้านนาไทยอันงดงามวิจิตรบรรจง ซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่ในสมัยพญามังรายผู้สร้างเมืองเชียงรายและอาณาจักรล้านนา
ประวัติศาสตร์
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำกก สันนิษฐานได้ว่าบริเวณนี้เป็นศูนย์กลางของชุมชนมาแล้วตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.1800 เพราะมีร่องรอยของซากเมืองที่มีความเจริญทางวัฒนธรรมและศิลปะอยู่ตามริมแม่น้ำกก ซากเมืองโบราณที่ค้นพบในปัจจุบันมีถึง 27 เมือง ตั้งแต่ อำเภอ ฝางของเชียงใหม่ ซึ่งเป็นต้นแม่น้ำกกมาจนถึงเมืองเชียงแสน
ทิศเหนือ ติดต่อกับ สหภาพพม่า
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดพะเยา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดเชียงใหม่
การปกครอง
จังหวัดเชียงรายแบ่งการปกครองแบ่งออกเป็น 16 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ 124 ตำบล 1,428 หมู่บ้าน 1 เทศบาล 24 สุขาภิบาล1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 116 องค์การบริหารส่วนตำบล 5 สภาตำบล ประกอบไปด้วย
อำเภอเมือง อำเภอเชียงของ อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอเทิง อำเภอป่าแดด อำเภอพาน อำเภอเวียงชัย อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สาย อำเภอสรวย อำเภอพญาเม็งราย อำเภอเวียงแก่น อำเภอขุนตาล อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ลาว อำเภอแม่จัน กิ่ง. อำเภอ เวียงเชียงรุ้ง กิ่ง. อำเภอดอยหลวง
สภาพภูมิประเทศ
จังหวัดเชียงรายมีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงในทวีปตอนเหนือ (North Continental Highland) มีพื้นที่ราบสูงเป็นหย่อมๆ ในเขตอำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอเชียงของ บริเวณเทือกเขาจะมีความสูงประมาณ 1,500 - 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ส่วนที่ราบจะเป็นที่ราบระหว่างหุบเขาและที่ราบลุ่มน้ำ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 350-600 เมตร ที่ราบลุ่มน้ำสายสำคัญๆได้แก่ ที่ราบลุ่มน้ำกก ลุ่มน้ำอิง ลุ่มน้ำลาว และลุ่มน้ำแม่คำ-แม่จัน-แม่สาย บริเวณที่ราบที่มีระดับต่ำสุดคือ ที่ราบลุ่มแม่น้าอิง ทางตอนใต้ของอำเภอเชียงของ เฉลี่ยระดับความสูงในพื้นที่ราบประมาณ 394 เมตรจากระดับน้ำทะเล
อาณาเขตของจังหวัดทางทิศเหนือติดกับแคว้นเมืองสาด และแคว้นท่าขี้เหล็กประเทศพม่า และ แขวงบ่อแก้วประเทศลาว
ทิศตะวันออกติดกับแขวงอุดมไชประเทศลาว ทิศใต้ติดกับ อำเภอแม่ใจ อำเภอกามยาว อำเภอดอกคำใต้ อำเภอจุน อำเภอเชียงคำ และ อำเภอซาง จังหวัดพะเยา อำเภอปาน และอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง
ทิศตะวันตกติดกับอำเภอดอยสะเก็ด อำเภอพร้าว อำเภอไชยปราการ อำเภอฝาง และ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และแคว้นเมืองสาดประเทศพม่า
สภาพภูมิอากาศ
แบ่งออกเป็นสามฤดู
ฤดูร้อน - กลางเดือน มีนาคม ถึงกลางเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิสูงสุดที่เคยวัดได้ คือ 41.3 องศาเซลเซียส อากาศอบอ้าวและแห้งแล้ง อาจมีพายุฝนฟ้าคะนองในฤดูร้อนเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน
ฤดูฝน - กลางเดือน พฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม มีฝนตกชุกในช่วงเดือน สิงหาคมและกันยายน มีพายุหมุนเขตร้อนพัดเข้ามาสู่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งทำให้ฝนตกชุกมากกว่าปกติ หรือเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
ฤดูหนาว - กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดเข้าสู่ประเทศไทยประมาน 4 เดือน อากาศหนาวจัดในช่วงเดือนธันวาคมและมกราคม โดยเฉพาะในเขตเทือกเขา อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้ คือ 1.5 องศาเซลเซียส
ประชากร
ประชากรในเชียงรายแบ่งเป็นหลายชนเผ่า ทั้งคนไทยพื้นราบและชาวไทยภูเขา รวมทั้งชาวจีนฮ่อที่อพยพเข้ามาอยู่บนดอยสูงหลายแห่งและมีกลุ่มชนหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ โดยประชากรในเชียงรายสามารถจำแนกออกเป็นชาติต่างๆ ได้ดังนี้
อาหารการกิน
อาหารพื้นบ้านของภาคเหนือที่เป็นอาหารประจำถิ่นแล้วเชียงรายยังมีแหล่งที่มีอาหารจีนรสชาติเยี่ยม ทั้งนี้เป็นผลมาจากที่มีชาวจีนอพยพเข้ามาอยู่จำนวนมากและได้นำเครื่องปรุงอาหารจีนสไตล์ยูนนานเข้ามาสู่จังหวัดเชียงราย ขึ้นชื่อที่สุด คือ ขาหมู- หมั่นโถว ที่มีเนื้อนุ่มเปื่อยและกลมกล่อมด้วยเครื่องยาจีน โดยมีต้นตำรับอยู่บนดอยแม่สลอง ว่ากันว่าอร่อยจนชาวจีนจากไต้หวันละฮ่องกงต้องเดินทางมากินถึงที่นี่ ถึงแม้จะแพร่หลายไปยังตัวเมืองเชียงราย แต่ยังไงก็ยังมีคนจำนวนมากเดินทางขึ้นมากินที่แม่สลองเพราะได้สัมผัสบรรยากาศแบบจีน
อาหารพื้นบ้านของจังหวัดเชียงรายนั้นมีมากมายด้วยความหลากหลายและยังเป็นตัวบ่งชี้อย่างหนึ่งของการถ่ายเททางวัฒนธรรมจากจีนตอนใต้และ
2 ฝั่งแม่น้ำโขง โดยอาหารหลายๆ ตำรับเดียวกับ เช่น น้ำเงี๊ยว
เป็นตำรับอาหารดั้งเดิมของชาวไทยใหญ่ก่อนจะกลายเป็นอาหารประจำถิ่นของภาคเหนือ
หรือ ข้าวซอย
ถ้าเป็นสูตรดั้งเดิมจะเป็นของชาวจีนอิสลามในมณฑลยูนนานของประเทศจีน
เมื่อถึงยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครองในจีน
ชาวจีนอิสลามบางส่วนได้ถอยลงมาอยู่ทางภาคเหนือของไทย
และนำสูตรการข้าวซอยมาด้วย
นอกจากนี้ อาหารพื้นถิ่นของภาคเหนืออื่นๆ เช่น แกงแค
ยังเป็นตำรับที่ทำให้เห็นว่าภาคเหนือเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณ
เพราะแกงแคทำมาจากผักหลากหลายชนิดนับสิบอย่าง
และทุกชนิดยังมีคุณค่าด้านสมุนไพร หรือ เมนูอย่างแคบหมู และแกงฮังเล
สร้างสมดุลของร่างกายที่ออยู่ในเขตภูมิอากาศค่อนข้างเย็น
เพราะอาหารทั้ง 2 ชนิด ให้พลังงานในระดับสูง ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น
อาหารประเภทปลาก็ต้องไปชิมกันริมแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงแสนมีบริการอยู่หลายร้าน ทั้งหมดล้วนเป็นปลาสดๆจากแม่น้ำโขง อาทิเช่น ปลาเค้า ปลาแข้ ปลาตะโกก ปลาเนื้ออ่อน ฯลฯ และอาหารจานเดียวในตัวเมืองมีรสชาติอร่อยระดับชวนชิม สำหรับของฝาก คือ หมูยอเจ้าดังของเมืองเชียงราย
การแต่งกาย
คนเมือง หญิง - นุ่งผ้าซิ่น ใส่เสื้อแขนกระบอก ห่มสไบ เกล้าผม และทัดดอกไม้
ชาย - นุ่งกางเกงขายาว ใส่เสื้อคอกลมแขนสั้นสีครามเข้มและมีผ้าขาวม้าคาดเอว
ไทใหญ่ หญิง - นุ่งผ้าซิ่นยาว ใส่เสื้อแขนกระบอกเข้ารูป เกล้าผมมวยและโพกศีรษะด้วยผ้า ใส่ตุ้มหู
ชาย - ใส่เสื้อแบบจีน นุ่งกางเกงขายาว ไว้ผมยาวเกล้ามวย สวมหมวกปีกกว้างแล้วใส่ตุ้มหู
อีก้อ หญิง - ใส่เสื้อผ้าสีดำใช้ผ้ารัดอกไว้ ใส่เสื้อแขนยาวผ่าหน้าทับอีกชั้นหนึ่ง ด้านหลังเสื้อปักลวดลายงดงาม นุ่งกระโปรงสั้นต่ำกว่าสะดือ ขาพันด้วยสนับแข้ง
ชาย - สวมเสื้อคอกลมแขนยาวและกางเกงสีดำ
มูเซอแดง/มูเซอชี หญิง - ไว้ผมยาวเกล้าผมแล้วโพกด้วยผ้าดำ สวมเสื้อตัวสั้นแขนยาวสีดำประดับด้วยผ้าแดง ผ้าซิ่นสีดำสลับแดง
ชาย - สวมเสื้อผ่าอกและนุ่งกางเกงจีนสีดำ
มูเซอดำ หญิง - ใส่เสื้อแขนยาวลำตัวยาวถึงครึ่งน่อง กางเกงและสนับแข้งสีดำ
มูเซอเชเล หญิง - แต่งกายคล้ายกับมูเซอดำแต่เย็บเสื้อผ้าด้วยลวดลายเหลืองขาวสลับแดง
เย้า หญิง - เสื้อแขนยาวสีดำสีดำผ่าหน้ายาวถึงข้อเท้า ทาผมด้วยขี้ผึ้งและโพกผ้าที่ปักลายอย่างงดงาม คอเสื้อประดับพรมสีแดง
ชาย - ใส่เสื้อสีดำอกไขว้ยาวคลุมถึงเอวแบบชาวจีนและใส่กางเกงขายาวสีดำปลายขาขลิบแดง
กระเหรี่ยงสะกร หญิง - ยังไม่แต่งงานสวมเสื้อยาวสีขาว แต่งงานแล้วสวมเสื้อสีน้ำเงินเข้ม นุ่งกระโปรงสีแดงพร้อมโพกผ้าแดง
ชาย - ในเสื้อสีแดง โพกผ้าสีต่างๆ
กะเหรี่ยงโปว หญิง - ยังไม่แต่งงานใส่เสื้อคลุมยาวเย็บปักด้วยลวดลายและลูกปัดงดงาม แต่งงานแล้วใส่เสื้อแดงแบบสะกอ
ชาย - แต่งเหมือนชาวนาไทย
กระเหรี่ยงบเว หญิง - นุ่งกระโปงสั้น สวมกำไลที่ข้อเท้า
ชาย - นุ่งกางเกงขาสั้นสีแดง โพกศีรษะ นิยมสักที่แผ่นหลัง
ลีซอ หญิง - เสื้อแขนยาวอกไขว้ลงมาถึงหัวเข่า ตัวเสื้อติดผ้าสีขลิบเป็นชั้นๆ ใส่กางเกงขายาวสีดำและคาดเอวด้วยผ้าสีดำ
ชาย - ใส่เสื้ออกไขว้สีขาวหรือสีดำ กางเกงสีขาว ดำ น้ำเงิน พันสนับแข้ง
ม้ง หญิง - ใส่เสื้อแขนยาวผ่าหน้าสีดำด้านหลังปักผ้าลายเหลี่ยม เวลามีงานจะใส่กระโปรงจีบรอบเอวสั้นแค่หัวเข่า
ชาย - ใส่เสื้อแขนยาวรัดรูปสีดำ อกไขว้เปิดให้เห็นหน้าท้อง ใส่กางเกงจีนขายาว เป้ายาว คาดเอวด้วยผ้าสีแดงผืนใหญ่ทิ้งชายไว้ข้างหน้าและคาดทับด้วยเข็มขัดเงิน
ศาสนา
คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ แต่ก็มีอีกจำนวนหนึ่งที่นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม
วัฒนธรรมและประเพณี
จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองเก่าแก่
และมีการติดต่อสัมพันธ์ไมตรีกับประเทศใกล้เคียง เช่น
พม่าและลาวต่อเนื่องมาช้านาน
ประกอบกับมีผู้คนที่ย้ายถิ่นฐานมาจากที่ต่างกันจึงเป็นเหตุให้วัฒนธรรมประเพณีต่าง
ๆ ที่ปรากฏสืบทอดกันมาจนกลายเป็นลักษณะผสมกลมกลืนหรือประยุกต์ขึ้นใหม่
อีกทั้ง วัฒนธรรม ทางด้านภาษาซึ่งถือเป็นหลักของวัฒนธรรมทั้งปวงนั้น
ชาวเชียงรายยังยึดมั่น ส่วนวัฒนธรรมทางด้านวัตถุซึ่งแสดงออก
ในรูปของอาคาร วัดวาอาราม
จะเห็นว่าเป็นลักษณะผสมพม่ากับลาวเวียงจันทน์
ทางด้านประเพณีของท้องถิ่น ที่ยังมีให้เห็นตราบจนถึงทุกวันนี้
1. . ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่มาแต่โบราณ ตรงกับวันที่ 13 เมษายนของทุกปี ชาวเชียงรายถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ เรียกกันว่า "วันสังขารล่อง" หมายถึงว่าอายุสังขารของคนเราได้ล่วงไปอีกปีหนึ่ง มีไปจนถึงวันที่ 17 เมษายน ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมต่าง ๆ มากกมาย เช่น การขนทรายเข้าวัด สรงน้ำพระพุทธรูปและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่
2. ประเพณีรดน้ำดำหัว เป็นการขอขมาลาโทษในความผิดพลาดต่าง ๆ ที่ผ่านมาและเป็นการแสดงออกถึง "กตเวทิตาธรรม" ต่อผู้ใหญ่ครูบาอาจารย์หรือบุคคลที่เคารพนับถือ
3.จัดขึ้นในวันขึ้น 14-15 ค่ำ เดือนหกเหนือ หรือเดือนมีนาคม เป็นประเพณีของชาว ล้านนา รวมทั้งชาวไทยใหญ่ในพม่าที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยชาวบ้านและพระสงฆ์ จะเดินขึ้นพระธาตุในตอนกลางคืน เมื่อมาถึงก็จะพากันนมัสการองค์พระธาตุก่อน จากนั้นจึงหาพื้นที่ประกอบอาหารเพื่อตักบาตรในตอนเช้า หลังจากตักบาตรแล้วจะ ช่วยกันบูรณะบริเวณองค์พระธาตุ เมื่อถึงยามค่ำคืนก็มารวมกันที่ปะรำพิธีเพื่อฟังเทศน์
4. ประเพณีทานข้าวสลาก หรือภาษาพื้นเมืองเรียกว่า "ตานก๋วยสลาก" หมายถึง ประเพณีถวายสลากภัตเริ่มในวันเพ็ญเดือน 12 เหนือตลอดเดือนแล้ว แต่ที่ใดจะเห็นเหมาะสมจัดในวันใดก่อนวันพิธีถือว่าเป็น "วันดา" ชาวบ้านจะเตรียมเครื่องไทยทานแล้วนำไปวัดที่จัดงานเพื่อถวาย พระ สามเณร มีการเขียนคำอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ตายและพวกเทวดาทั้งหลาย
5. ประเพณีโล้ชิงช้าของชาวอีก้อ หรือที่เรียกตนเองว่า "อาข่า" มีเชื้อสายจากจีน-ธิเบต เดินทางอพยพมาอยู่บริเวณ ชายแดนไทย-พม่า แถบตอนเหนือของลำน้ำกก โดยเฉพาะอำเภอแม่จัน และแม่สาย การโล้ชิงช้าเป็นการขึ้นไปขอพรและแสดงความรำลึกถึงพระคุณของเทพธิดาแห่ง สรวงสวรรค์ ผู้ประทานความชุ่มชื่นอุดมสมบูรณ์ให้กับพืชพันธุ์ธัญญาหารและ ยังเป็นการเซ่นไหว้บรรพบุรุษอีกด้วย จัดในช่วงเดือนสิงหาคม
6. ประเพณีทำบุญปอย มี 3 อย่างคือ 1) ปอยหลวง มีการทำบุญฉลองอย่างใหญ่โต เช่น ฉลองโบสถ์ วิหาร มักจะทำกันในเดือน 5 - 8 เหนือ (ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม) ซึ่งเป็นระยะเวลาหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว 2) ปอยน้อย หรือปอยบวชลูกแก้ว เป็นประเพณีบวชพระหรือบวชเณร ก่อนทำบุญปอยน้อยเจ้าภาพต้องปรึกษาญาติพี่น้องก่อนว่าผู้ใดจะรับเอาอะไรในอัฐบริขารโดยการบอกบุญด้วยปากเรียกว่า "แอ่ง" "ผ้าอุ้ม" "ทนทอ" "แอ่งพระอุ้ม" คือ เอาผ้าสบงจีวรหรือหมวกที่พระใส่เรียกว่า "จ่อม"ใส่ในถาดหรือพานแล้วให้คนถือไปบอกบุญ 3) ปอยข้าวสังข์ คือ การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ตายเนื่องจากการคลอดบุตรการทำบุญปอยข้าวสังข์จะต้องนิมนต์พระมาสวด และเทศน์ที่บ้าน
7. ประเพณีจุดบ้องไฟ ชาวบ้านเรียกว่า "จิบอกไฟ" มักทำกันหลังสงกรานต์ระหว่างเมษายนถึงพฤษภาคม โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้หมู่บ้านเจริญรุ่งเรือง และมีฝนตกตามฤดูกาล นิยมจุดกันในเวลาพลบค่ำถึงกลางคืน
8. งานวันลิ้นจี่เชียงราย และสับปะรดนางแล จะจัดประมาณเดือนพฤษภาคม ในงานมีการประกวดลิ้นจี่/สับปะรด และผลิตผลเกษตรอื่น ๆ พร้อมทั้งมีการประกวดธิดาลิ้นจี่อีกด้วย
9. งานพ่อขุนเม็งราย จัดขึ้นประมาณปลายเดือนมกราคมของทุกปี เป็นงานประจำปีของจังหวัด มีการออกร้านจัดนิทรรศการของส่วนราชการ และเอกชน และงานรื่นเริงอื่น ๆ
10. ประเพณีลอยกระทง มีการลอยกระทงเช่นเดียวกับทางภาคอื่น ๆ ในวันยี่เป็ง (วันเพ็ญเดือนสิบสอง) ของทุกปี แต่ที่จังหวัดเชียงรายจัดเป็นพิเศษ โดยจัดให้การแห่กระทงไปลอยในแม่น้ำ มีการประกวดกระทงและนางนพมาศ จุดเทียนเล่นไฟ มีงานประเพณีใหญ่โต กระบวนแห่กระทง โดยทั่วไปกระทงเล็กจะลอยในวันขึ้น 15 ค่ำ ส่วนกระทงใหญ่ที่เข้าประกวดจะลอยในวันแรม 1 ค่ำ
11.ประเพณีสืบชะตา เป็นประเพณีของชาวไทยล้านนาโดยทั่วไป
มีทั้งการสืบชะตาเมือง
สืบชะตาบ้าน และสืบชะตาบุคคลเพื่อความเป็นสิริมงคลความเจริญรุ่งเรือง
เพื่อบูชาพระเสื้อเมืองพระทรงเมืองส่วนการสืบชะตาบุคคลนั้นมักจะทำเนื่องในวันเกิด งานขึ้นบ้านใหม่
หรือเมื่อเจ็บป่วย
12.งานเทศกาลดอกบัวตองบาน จะจัดในเดือนพฤศจิกายน มีการแสดงของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ชมทุ่งบัวตอง น้ำตก และทะเลหมอก บริเวณบ้านหัวแม่คำ อำเภอแม่ฟ้าหลวง
สถานที่ท่องเที่ยว
ดอยตุง
นมัสการพระธาตุ ชมตำหนักสมเด็จย่า ซื้อสินค้าชาวเขา
เป็นเทือกเขาสูงที่มีอากาศเย็นสบายและทิวทัศน์งดงาม และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง โดยเฉพาพระธาตุดอยตุงซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวไทย พม่า และลาว และพระตำหนักดอยตุงที่ประทับของสมเด็จย่า
ตั้งอยู่อำเภอแม่ฟ้าหลวง ขึ้นสู่ดอยตุง 17 กม.
ดอยแม่สลอง
สัมผัสหมู่บ้านชาวจีน ชิมชา ลิ้มรสอาหารจีน ชมดอกซากุระ
ดอยแม่สลองหรือดอยสันติคีรี เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวจีนจากกองพล 93 ที่อพยพเข้ามาทำให้ชุมชนดอยแม่สลองเต็มไปด้วยบรรยากาศชีวิตและวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบชาวจีนแถบมณฑลยูนนาน โดยมีการปลูกชาและพืชผักเมืองหนาว ท่ามกลางทิวทัศน์ที่งดงาม อากาศเย็นสบายรวมถึงอาหารอันขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารจีนแท้ๆตามตำรับจีนแถบตอนใต้
ตั้งอยู่ที่ ต.แม่สลองนอก ไปตาม ถ.พหลโยธิน เลยอำเภอแม่จันไปจนถึงดอยแม่สลอง
สามเหลี่ยมทองคำ
ล่องแม่น้ำโขง สัมผัสชายแดนสามประเทศ
ชื่ออีกอย่างหนึ่งคือ สบรวก เพราะมีแม่น้ำรวกกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่ามาบรรจบกับแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทยกับลาว บริเวณนี้จึงเป็นจุดบรรจบของพรมแดนสามประเทศ คือ ไทย ลาว และพม่า ครั้งหนึ่งสามเหลี่ยมทองคำเคยได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งการค้าฝิ่น ปัจจุบันเหลือเพียงทิวทัศน์ที่สงบเงียบของลำน้ำและเขตแดนของสามประเทศเท่านั้น และมีการนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงตรงจุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า
ตั้งอยู่ที่บ้านสบลวก
เมืองโบราณเชียงแสน
ชมเมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์
เดิมชื่อ เวียงหิรัญนครเงินยาง เป็นเมืองเก่าแก่แห่งหนึ่งของภาคเหนือ โดยมีโบราณสถานของเมืองโบราณเชียงแสนปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ทั้งในและนอกตัวเมืองหลายแห่ง บางแห่งเป็นเนินซากอิฐรูปลักษณะเป็นพระเจดีย์หรือวิหาร และมีซากกำแพงเมืองโบราณหลงเหลืออยู่สองชั้น นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเชียงแสนเป็นที่รวบรวมโบราณวัตถุที่ได้จากการสำรวจขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานในเมืองโบราณเชียงแสนและพื้นที่อื่นๆ
ตั้งอยู่ตัวเมืองเชียงแสน ห่างจากเชียงราย 59 กม.
อนุสาวรีย์พ่อขุนมังรายมหาราช
สักการะพ่อขุนมังรายมหาราช
เป็นที่เคารพสักการะของคนเชียงราย รอบอนุสาวรีย์จัดทำเป็นสวนดอกไม้สวยงามเหมาะสำหรับการเที่ยวชม พักผ่อน และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
ตั้งอยู่กลางห้าแยกพ่อขุน ริมถนนพหลโยธินตัดกับถนนสิงหไคล ถนนหนองบัว และถนนอุตรกิจ
วัดพระแก้ว
ไหว้พระหยก
เป็นวัดเก่าแก่ เดิมชาวบ้านเรียก วัดป่าเยียะ ซึ่งมีความหมายว่าวัดป่าไผ่ ต่อมาได้มีการค้นพบพระแก้วมรกตหรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ปัจจุบันมีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี
ตั้งอยู่ที่ถนนไตรรัตน์ จากถนนสิงหไคล ให้ตรงมาผ่านสำนักงาน ททท. จนถึงสี่แยก รพ. โอเวอร์บรุ๊ค เลี้ยวซ้ายไปตาม ถ.ไตรรัตน์ วัดพระแก้วจะอยู่ทางขวามือ
วัดกลางเวียง
นมัสการเสาหลักเมือง
เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาแล้วประมาณ 567 ปี ลักษณะศิลปกรรมภายในวัดเป็นแบบล้านนาประยุกต์
ตั้งอยู่บนถนนอุตรกิจ ตรงสี่แยกที่ตัดกับ ถนนรัตนาเขต จะเห็นวัดกลางเวียงอยู่ทางด้านซ้ายมือ
วัดพระสิงห์
ชมพระอุโบสถแบบล้านนา และนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง
เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองเชียงราย เดิมเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์
ตั้งอยู่ที่ถนนสิงหไคล เยื้องกับสำนักงาน ททท.
วัดงำเมือง
นมัสการกู่เมืองเชียงราย
เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญเพราะเป็นที่ตั้งของกู่พญามังราย
ตั้งอยู่บนดอยงำเมืองอตรงมาตาม ถนนอุตรกิจ จนถึงเทศบาลเมืองเชียงรายบริเวณสี่แยกที่ตัดกับ ถนนงำเมือง จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามถนนงำเมือง ถนนจะตรงเข้าสู่วัดงำเมือง
วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงราย
ตั้งอยู่บนดอยช้าง ตำบลแม่กรณ์ จากตัวเมืองเชียงรายไปตามถนนพหลโยธิน
ดอยวาวี
เป็นชุมชนชาวจีนฮ่อจึงประกอบอาชีพปลูกชาเป็นหลัก เช่น บ้านเลาลี วาวี ปางกิ่ว แม่โบง
ตั้งอยู่ที่ตำบลวาวี
อช. ขุนแจ
ท่องเที่ยวธรรมชาติ ดูนก เล่นน้ำตก
ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
พิพิธภัณฑ์และศูนย์ศึกษาชาวเขา
ชมนิทรรศการเกี่ยวกับชาวเขา
จัดตั้งขึ้นโดยสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนชาวเขา หรือ PDA สำหรับการพัฒนาส่งเสริมและให้การศึกษาแก่ประชาชนชาวเขา
พิพิธภัณฑ์อูบคำ
ชมวัตถุโบราณล้านนา
เป็นพิพิธภัณฑ์ของเอกชนจัดแสดงศิลปวัตถุโบราณ
ตั้งอยู่ที่ถนนหน้าค่าย ติดกับค่ายมังรายมหาราช
ดอยผาตั้ง
ชมทิวทัศน์ สัมผัสทะเลหมอก
เป็นส่วนหนึ่งของดอยผาหม่น เทือกเขาที่กั้นชายแดนไทย-ลาวและเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า ในช่วงเดือน ธันวาคมถึงมกราคมบนดอยผาตั้งจะมีดอกซากุระบานสะพรั่งงดงาม
ตั้งอยู่ที่ดอยผาตั้ง ต.ปอ
ภูชี้ฟ้า
ชมทิวทัศน์ สัมผัสทะเลหมอกและดอกเสี้ยวบาน
อยู่บนเทือกดอยผาหม่น มีลักษณะเป็นยอดเขาแหลมชี้ขึ้นไปบนฟ้า โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งลาว
ตั้งอยู่ที่บ้านร่มฟ้าทอง ต.ปอ จากดอยผาตั้งขับไปประมาณ 25 กม. จึงจะถึงทางขึ้นภูชี้ฟ้า
![]() |
![]() |
![]() |