ประเทศอินเดีย
ประเทศอินเดีย หรือ สาธารณรัฐอินเดีย
ในสมัยพุทธกาล เรียกกันว่า "ชมพูทวีป"ตั้งอยู่ทวีปเอเชียตอนใต้
มีประชากรมากเป็นอันดับที่สองของโลก
และยังเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีประชากรมากที่สุดในโลก
ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่เก่าแก่ยาวนาน ดังนั้น สภาพเศรษฐกิจ สังคม
และการเมืองจึงเป็นการผสมผสานทั้งแบบเก่าและใหม่
เป็นถิ่นกำเนิดศาสดาและศาสนาที่สำคัญของโลก ประเทศอินเดีย
มีเมืองหลวงชื่อว่า "กรุงนิวเดลี" อยู่ในรัฐหรยาณา
และในแต่ละรัฐจะมีเมืองหลวงของรัฐนั้น ๆ ด้วย
ประวัติศาสตร์ประเทศอินเดีย
ประวัติศาสตร์ของอินเดียเริ่มขึ้นเมื่อ 3000
ปีก่อนคริสตกาล
หลักฐานทางโบราณคดีที่พบในแคว้นปัญจาบและแคว้นคุชราตของอินเดียแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของสังคมเมืองอินเดียและอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุสมัยนั้น
ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตศักราช
ชนเผ่าอินโด-อารยันที่ปกครองอินเดียอยู่
ได้ตั้งอาณาจักรที่ปกครองโดยกษัตริย์นักรบขึ้นเป็นผู้ปกครองที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคา
ต่อมามีการต่อต้านความมีอำนาจของพวกพราหมณ์ทีมีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอินเดีย
ส่วนใหญ่พวกที่ไม่เห็นด้วยต่างพากันแสวงหาศาสดาใหม่
ทำให้เกิดศาสนาใหม่ขึ้น จึงเกิดศาสนาสำคัญขึ้น 2 ศาสนา คือ
ศาสนาพุทธกับศาสนาเชน
ในขณะที่ศาสนาฮินดูรุ่งเรืองและมีอิทธิพลอย่างมากอยู่ในอินเดีย พวกมคธ
มีอำนาจปกครองอยู่ในแถบที่ราบตอนเหนือ
พระเจ้าจันทรคุปต์แห่งราชวงค์โมริยะ
เป็นกษัตริย์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ของอินเดีย
พระเจ้าจันทรคุปต์ทรงตั้งเมืองปาฏะลีบุตร
เป็นเมืองหลวงของอินเดียซึ่งกล่าวกันว่า
เมืองปาฏะลีบุตรเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของโลกในเวลานั้น
การเมืองและการปกครอง
การปกครองของอินเดียเป็นระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา
แยกศาสนาออกจากการเมือง แบ่งอำนาจการปกครองเป็นสาธารณรัฐ (Secular
Democratic Republic with a parliamentary system) แบ่งเป็น ๒๘ รัฐ
และดินแดนสหภาพ (Union Territories) อีก ๗ เขต
การปกครองของอินเดียมีรัฐธรรมนูญเป็นแม่บท
มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ
และประมุขของฝ่ายบริหารตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ
แต่อำนาจในการบริหารที่แท้จริงอยู่ที่นายกรัฐมนตรี
ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นางประติภา ปาทิล (Pratibha Patil)
เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐ และนายมานโมฮัน ซิงห์
(Manmohan Singh) ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม
๒๕๕๒ (เป็นสมัยที่ ๒)
อินเดียมีความภาคภูมิใจในความเป็นประเทศประชาธิปไตยระบบรัฐสภาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยจำนวนประชากรกว่า
๑.๒ พันล้านคน
โดยมีผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม
๒๕๕๑ ถึง ๗๐๐ ล้านคน
ซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเมืองการปกครองของอินเดียนับตั้งแต่ได้รับเอกราชมาจนถึงปัจจุบัน
รัฐ
1.
อานธรประเทศ
15.
มหาราษฏระ
2.
อรุณาจัลประเทศ 16.
มณีปุระ
3.
อัสสัม 17.
เมฆาลัย
4.
พิหาร
18. มิโซรัม
5.
ฉัตติสครห์
19. นาคาแลนด์
6.
กัว 20.
โอริสสา
7.
คุชราต 21.
ปัญจาบ
8.
หรยาณา
22. ราชสถาน
9.
หิมาจัลประเทศ
23. สิกขิม
10.
ชัมมูและกัศมีร์
24. ทมิฬนาฑู
11.
ฌาร์ขัณฑ์ 25.
ตริปุระ
12.
กรณาฏกะ
26. อุตตรประเทศ
13.
เกรละ
27. อุตตราขัณฑ์
14.
มัธยประเทศ
28. เบงกอลตะวันตก
ดินแดนสหภาพ
1. หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์
2. จัณฑีครห์ 3.
ดาดราและนครหเวลี 4.
ดามันและดีอู 5. ลักษทวีป
6. เดลี 7. ปุทุจเจรี
เมืองหลวงของประเทศอินเดีย กรุงนิวเดลี
ลักษณะภูมิประเทศของอินเดีย
ประเทศอินเดียมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่7
ของโลก แม้จะตั้งอยู่ในเอเชียอินเดียก็มีความแตก
ต่างจากประเทศอื่นๆ ในเอเซีย และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อินเดียเป็นประเทศที่มีสภาพภูมิศาสตร์ทุกรูปแบบ คือ
ที่ราบสูงอยู่ตอนเหนือ ซึ่งมีภูเขาหิมาลัยเป็นแนวเขตแดนธรรมชาติ
และเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ โดยเฉพาะแม่น้ำสำคัญ 5 สาย ที่เรียกว่า
"ปัญจมหานที" ได้แก่ คงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู และมหี
ด้านทิศเหนือของประเทศจรดเทืองเขาหิมาลัยซึ่งลาดเทลงไปสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคา
ตอนกลางเป็นบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคา
ซึ่งเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดในโลก
ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือแถบแคว้นราชสถานเป็นส่วนของทะเลทรายทาร์
ส่วนทางตอนใต้มีทั้งที่ราบสูงอันแสนจะแห้งแล้ง
และติดกับฝั่งทะเลซึ่งเป็นเขตมรสุม
ด้านทิศใต้สุดจรดมหาสมุทรอินเดียอันกว้างใหญ่ไพศาล
มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศต่าง ๆ
มหาสมุทรและทะเล ดังนี้
ทิศเหนือ
ติดต่อกับประเทศจีน ทิเบต และเนปาล
ทิศตะวันออก
ติดต่อกับประเทศบังคลาเทศ และพม่า กับมีหมู่เกาะอันดามัน
และหมู่เกาะนิโคบาร์ ในทะเลอันดามัน ของมหาสมุทรอินเดีย
ซึ่งอยู่ใกล้
ประเทศพม่า ไทย และอินโดนิเซีย
ทิศตะวันตก
ติดต่อกับทะเลอาราเบียน และประเทศปากีสถาน
ทิศใต้
ติดต่อกับประเทศศรีลังกา มหาสมุทรอินเดีย และทะเลอาเรเบียน
โดยมีหมู่เกาะลัคคาได์ว อยู่ในทะเลอาเรเบียน
ลักษณะภูมิอากาศของอินเดีย
เนื่องจากมีความหลากหลายทางในทางภูมิศาสตร์
ทำให้อินเดียมีสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก
อากาศหนาวที่สุดจะมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ไปจนถึงร้อนที่สุด
จากแห้งแล้งที่สุดไปจนถึงเขตที่มีฝนตกชุกที่สุดของโลก
อินเดียมี 3 ฤดูกาลได้แก่
1.ฤดูร้อน ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายนอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 35
องศาเซลเซียส
2.ฤดูฝน ระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายนอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 28
องศาเซลเซียส
3.ฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม-มีนาคมอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10-17
องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ - 3 องศาเซลเซียส
เฉพาะบางเมือง เท่านั้น
เศรษฐกิจ
- (พ.ศ. 2543)
อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเบื้องต้น (GDP Growth) ร้อยละ
5.8
- (พ.ศ. 2543) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 39
พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวมมูลค่าทองคำ)
- (พ.ศ.
2543) อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย ร้อยละ 6.0
- (กันยายน พ.ศ. 2543) ดุลการค้า อินเดีย -
โลก ขาดดุล 17.10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- (เมษายน-กรกฎาคม พ.ศ. 2543)
มูลค่าการส่งออก 21.70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- (เมษายน-กรกฎาคม พ.ศ. 2543)
มูลค่าการนำเข้า 38.80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การลงทุนของต่างชาติระหว่างปี พ.ศ. 2541 -
2542 2.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- (พ.ศ.
2542) รายได้ประชาชาติเบื้องต้นต่อหัว 415 ดอลลาร์สหรัฐ
- (สิงหาคม พ.ศ.
2542) ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ 1,760 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ประชากร
ประชากรอินเดีย ประกอบด้วยชนชาติหลายเผ่า
หลายเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม มีสีผิวตั้งแต่ผิวขาว ถึงผิวดำ
ความสูงต่ำ ดำ จางของสีผมและสีตา
ทั้งนี้ด้วยเหตุที่อินเดียเป็นศูนย์รวมของเชื้อชาติหลาย ๆ
เชื้อชาติ
ในจำนวน ๒๒ รัฐของอินเดีย
มีประชากรประกอบด้วย ชนหลายเชื้อชาติ ศาสนา และภาษา
โดยมีเชื้อชาติต่างกันถึง ๒๐ เชื้อชาติ
ส่วนใหญ่เป็นเผ่าอารยันและดราวิเดียน โดยเป็นเผ่าอารยันประมาณร้อยละ
๗๒ เผ่าดราวิเดียน ประมาณร้อยละ ๒๕ และเป็นเผ่ามองโกลอยด์
ประมาณร้อยละ ๓
โดยอาศัยลักษณะภูมิประเทศ และภาษาพูด
ประชากรอินเดียอาจแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ ๆ คือ
อินเดียภาคเหนือ
ประชากรมีลักษณะที่สืบเชื้อสายมาจากพวกอารยัน ซึ่งเข้ามาอยู่ในอินเดีย
เมื่อประมาณ ๑,๐๐๐ ปี ก่อนพุทธกาล เป็นชนเผ่าที่มีอารยธรรมสูง
และเป็นพวกปัญญาชน
ชาวอารยันอาจมีเชื้อชาติเดียวกับชาวยุโรป
พวกนี้ได้แบ่งชีวิตสังคมของตนออกเป็นชั้นวรรณะ ส่วนใหญ่พูดภาษาฮินดี
มีรัฐใหญ่ ๆ อยู่หลายรัฐ เช่น ปัญจาบ ราชสถาน อุตรประเทศ
ใช้ภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณีที่คล้ายคลึงกัน
สำหรับรัฐอื่น ๆ
ที่ใช้ภาษาท้องถิ่นต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น แคว้นเบงกอลตะวันตก
พูดภาษาเบงคลี ประชากรมีลักษณะที่สืบเชื้อสายมาจากพวกมองโกลอยด์
อาศัยอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคา มีเมืองสำคัญคือ กัลกัตตา
ประชากรใช้ภาษาอัสสมี และฮินดี ในรัฐปัญจาบ ประชากรพูดภาษาปัญจบี
ภาษาเหล่านี้รวมเรียกว่า ภาษาอินโด - อารยัน
อินเดียภาคกลาง
เป็นเขตติดต่อระหว่างประชากรอินเดีย ที่ใช้ภาษาอินโด - อารยัน
กับดราวิเดียน หรือภาษาทมิฬตอนใต้ ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองบอมเบย์
แต่ก็มีประชากรในบอมเบย์ และที่อื่น ๆ ใช้ภาษาอื่น ๆ อีก เช่น
พวกที่อยู่ทางด้านตะวันออกของที่ราบสูงเด็คคาน ใช้ภาษาเตลุคุ
หรือที่เมืองปูนา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาพราหมณ์ ใช้ภาษาดุดรัต
เป็นต้น
อินเดียภาคใต้
เชื่อกันว่าประชากรในภาคนี้สืบเชื้อสายมาจากคนดั้งเดิมของอินเดีย
ซึ่งอยู่มาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์คือ พวกดราวิเดียน หรือมิลักขะ
พวกนี้มีรูปร่างเล็ก ผิวค่อนข้างดำ ส่วนใหญ่ใช้ภาษาทมิฬ
มีศูนย์กลางอยู่ในแคว้นมัทราส มีเมืองทางชายฝั่งทะเลตะวันออก
อันเป็นที่อยู่ของประชากรที่ใช้ภาษามลายลัม
ประชากรในชนบท
ประเทศอินเดียมีลักษณะพื้นที่เป็นหมู่บ้านกระจายอยู่ทั่วไปประมาณร้อยละ
๗๐ ขนาดของหมู่บ้านมีตั้งแต่ที่มีประชากร ๕,๐๐๐ คน
ไปจนถึงหมู่บ้านที่มีเพียง ๒๐๐ - ๓๐๐ คน
ประชากรในเมือง ความแออัดของชุมชนกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากร
เป็นผลให้เกิดสลัมในเมืองใหญ่ ชาวเมืองเป็นจำนวนมาก ไม่มีที่อยู่อาศัย
ต้องอาศัยอยู่ตามริมถนนและทางเดิน
ในเมืองเหล่านี้จะเห็นความเหลื่อมล้ำอย่างถึงที่สุดระหว่างคนรวยกับคนจน
สลัมจะอยู่ริมร่มเงาของบ้าน ที่เป็นคฤหาสน์ใหญ่โตเหมือนวัง
ขอทานตามท้องถนนจะลุมล้อมรถราคาแพง
เป็นสิ่งที่พบเห็นเป็นปกติของชุมชนใหญ่ ๆ ที่แออัดในอินเดีย
ประเพณีวัฒนธรรมของชาวอินเดีย
วัฒนธรรมของชาวอินเดีย คือ
ประเทศอินเดียมีการแต่งงานโดยการที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายขอผู้ชายแต่งงาน
วัฒนธรรมของอินเดียเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดและไม่ซ้ำกัน
ในประเทศอินเดียนั้นมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจทั่วประเทศ
ในภาคเหนือ ภาคใต้
และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียและมีวัฒนธรรมของตัวเองที่แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ
ไม่ค่อยมีวัฒนธรรมใดที่มีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เหมือนอินเดีย
วัฒนธรรมอินเดียมีรูปแบบที่แตกต่างกันและมีอิทธิพลต่อ เรื่องของอาหาร
เช่น ภาคเหนือกับภาคใต้
จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเทศกาลในประเทศอินเดียมีลักษณะสีสรรค์,
ความสวยงาม,
และพิธีกรรม ในขอบเขตของเพลงที่มีความหลากหลายของพื้นบ้าน,
ป๊อป, ยอดนิยมและเพลงคลาสสิก
ประเพณีคลาสสิกของเพลงในอินเดีย
ภาษา
อินเดียมีประชากรกว่า 1,100 ล้านคน
ประชากรเหล่านี้มีความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ และวัฒนธรรม
มีภาษาหลักใช้พูดถึง 16 ภาษา เช่น ภาษาฮินดี ภาษาอังกฤษ
ภาษาเบงกาลี ภาษาอูรดู ฯลฯ และมีภาษาถิ่นมากกว่า 100 ภาษา
ภาษาฮินดี ถือว่าเป็นภาษาประจำชาติ เพราะคนอินเดียกว่าร้อยละ 30
ใช้ภาษานี้
ศาสนา
ประเทศอินเดียเป็นแหล่งกำเนิดพระศาสนาที่มีความสำคัญ คือ ศาสนาพราหมณ์
และ พระพุทธศาสนา
ชาวอินเดียจึงถือว่าครอบครัวเป็นสถาบันทางสังคมที่มีความสำคัญที่สุด
การดำเนินชีวิตของชาวอินเดียจะยึดถือศาสนาเป็นสิ่งสำคัญ กว่าร้อยละ 79
ของประชากรนับถือศาสนาฮินดู ร้อยละ 15 นับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือร้อยละ 2.5 นับถือศาสนาคริสต์ นอกนั้นนับถือศาสนาพุทธส่วนมากอยู่ลาดัก หิมาจัล สิกขิม
อัสสัม เบงกอลตะวันตก และโอริสสา ศาสนาซิกข์ในรัฐปัญจาบ และศาสนาเชนในรัฐคุชรัต และอื่น ๆ รวมทั้งพวกนักบวชที่นับถือนิกายต่าง ๆ อีกมากมาย มีประมาณ
400 ศาสนาทั่วอินเดีย
สกุลเงิน
รูปีอินเดีย (INR)หน่วยย่อยของรูปีเรียก เปซ่า
(Paise)อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 43.5 รูปี และ
1 รูปี เท่ากับ 0.9 บาท (2548)
บัตรเครดิตที่สามารถใช้ได้ทั่วไปคือบัตร Visa American Express และ
Mastercard
สถานที่ท่องเที่ยว
![]() |
ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรัก ตั้งอยู่ในเมืองอัครา ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ประเทศอินเดีย นับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก
![]() |
โซนามาร์ค
แหล่งท่องเที่ยวที่มีวิวทิวทัศน์อันสวยงามแห่งนี้
มีจุดสำหรับแคมปิ้งหลายจุดและยังมีเส้นทางเดินเขาหลายระดับความสูงให้เลือกผจญภัย
เป็นแหล่งกิจกรรมสำหรับคนชอบขี่ม้า ชมทุ่งหญ้า ป่าสนและชมภูเขาหิมะ
ในบริเวณหุบเขาโซนามาร์กนี้มีธารน้ำแข็งสีขาวที่ปกคลุมอยู่ตามไหล่เขา
อีกทั้งเทือกเขาหิมะที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายสีทอง
จึงเป็นที่มาของชื่อ โซนามาร์ก
![]() |
สวนโมกุล สวนแห่งดอกไม้ ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ดอกไม้เมืองหนาวออกดอกชูช่ออย่างสวยงาม สวนโมกุล ได้แบ่งออกเป็นส่วนๆ 3 ส่วน ซึ่งภายในสวนมีการประดับตกแต่งในแบบสไตล์สวนเปอร์เซีย ซึ่งประกอบไปด้วย สระน้ำ ลำธารและแปลงไม้ดอก
![]() |
กุลมาร์ค
นักท่องเที่ยวจะนิยมมาเที่ยวที่นี่ในช่วงฤดูหนาวเพื่อมาเล่นสกี
แต่ในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้และทุ่งหญ้า
ส่วนบนยอดเขาก็จะมีหิมะปกคลุม
- เดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน
ที่นี่จะเต็มไปด้วยน้ำแข็งและเล่นสกีน้ำแข็ง
- เดือนพฤษภาคม - กรกฏาคม ทุ่งหญ้าที่เขียวขจี
ทุ่งดอกไม้ป่าที่ตัดกับภูเขาหิมะในช่วงฤดูร้อน
- เดือนสิงหาคม - กันยายน
ทุ่งหญ้าและป่าเปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
![]() |
วัดธิคเซย์ เป็นวัดของพระลามะ
นิกายหมวกเหลือง เป็นพระอารามใหญ่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขากลางทุ่งราบ
ฉาบด้วยสีแดงและขาว มีกุฏิรายล้อมอยู่รอบอารามหลักสูง 12 ชั้น
รูปทรงของวัดมีความคล้ายคลึงกับ พระราชวังโปตาลา จนได้รับฉายาว่า Mini
Potala