ข้อมูลเชียงใหม่


10/5/2557 0:27:42
ข้อมูลเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่หรือชื่อเดิม "นพบุรีศรีนครพิงค์" เป็นราชธานีแห่งอาณาจักรล้านนาเมื่อ 700 ปีก่อน เชียงใหม่นับเป็นศูนย์กลางของจังหวัดในภาคเหนือ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมมากมาย เป็นที่ตั้งของอาณาจักรล้านนาในสมัยโบราณ มีการใช้ภาษาล้านนาหรือคำเมืองเป็นภาษาประจำท้องถิ่น จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของชาเชียงใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์น่าประทับใจ

ประวัติศาสตร์
   จังหวัดเชียงใหม่ มีปรากฎในตำนานว่า เคยเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านนา ปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ 261 ปี ต่อมาในปีพ.ศ. 2101 เชียงงใหม่ได้เสียเมืองให้กับพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งเป็นกษัตริย์ของพม่า และถูกพม่าปกครองมานานกว่าสองร้อยปี จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้มีการทำสงครามขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่และเชียงแสนจนสำเร็จโดยการนำของพระเจ้ากาวิละและพยาจ่าบ้าน
   ต่อมา พระบาทสมเด็๗พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ร.1) ได้สถาปนาพระเจ้ากาวิละขึ้นเป็น พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ และให้ปกครองหัวเมืองฝ่ายเหนือ ในฐานะประเทศราชของกรุงรัตนโกสินทร์และราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน) ได้ปกครองเมืองเชียงใหม่และหัวเมืองต่างๆสืบต่อมา
   ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองประเทศราช โดยจัดตั้งการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ซึ่งเรียกว่า "มณฑลพายัพ" ต่อมาเชียงใหม่มีการปรับปรุงการปกครองและยกฐานะเป็นจังหวัดในปีพ.ศ. 2476 ตั้งแต่ในสมัยพระบามสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มาจนถึงปัจจุบัน

การปกครอง
จังหวัดเชียงใหม่ แบ่งการปกครอง เป็น 25 อำเภอ 204 ตำบล 2,066 หมู่บ้าน ซึ่งมี 25 อำเภอดังนี้
1.  อำเภอเมืองเชียงใหม่                                        14. อำเภอสันทราย
2.  อำเภอจอมทอง                                                  15. อำเภอหางดง
3.  อำเภอแม่แจ่ม                                                  16. อำเภอฮอด
4.  อำเภอเชียงดาว                                                17. อำเภอดอยเต่า
5.  อำเภอดอยสะเก็ต                                              18. อำเภออมก๋อย
6.  อำเภอแม่แตง                                                   19. อำเภอสารพี
7.  อำเภอแม่ริม                                                     20. อำเภอเวียงแหง
8.  อำเภอสะเมิง                                                     21. อำเภอไชยปราการ
9.  อำเภอฝาง                                                         22. อำเภอแม่วาง
10. อำเภอแม่อาย                                                   23. อำเภอแม่ออน
11. อำเภอพร้าว                                                      24. อำเภอดอยหล่อ
12. อำเภอสันป่าตอง                                               25. อำเภอกัลยาณิวัฒนา
13. อำเภอสันกำแพง

สภาพภูมิประเทศ
จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ ประมาณ 12, 566,911 ไร่ มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของภาคเหนือ และเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและป่าละเมาะ เป็นที่ราบอยู่ตอนกลางตามสองฟากฝั่งแม่น้ำปิง มีภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ ดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอจอมทองและจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่แบ่งพื้นที่เป็น 2 ลักษณะ คือ
1. พื้นที่ภูเขา ส่วนใหญ่พื้นที่นี้จะอยู่ทางทิศเหนือและทางทิศตะวันตกของจังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ประมาณ 80% ของพื้นที่
    จังหวัด เป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูก เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร
2. พื้นที่ราบเชิงเขาและพื้นที่ราบลุ่มน้ำ เป็นพื้นที่ที่มีอยู่ทั่วไประหว่างหุบเขา เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะกับการ
    ทำเกษตรกรรม
อาณาเขตติดต่อของจังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่มีชายแดนติดต่อกับประเทศพม่าเพียงประเทศเดียว และมีพื้นที่ติดต่อใน 5 อำเภอได้แก่ อำเภอแม่อาย อำเภอฝาง อำเภอเชียงดาว อำเภอเวียงแหง อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศไทยตอนบน มีระยะทางห่างจากกรุงเทพโดยทางรถยนต์ 720 กิโลเมตร ทางรถไฟ 750 กิโลเมตร
- ทิศเหนือ มีอาณาเขตติดกับ รัฐฉานของสหภาพพม่า มีดอยผีปันน้ำของดอยคำ ดอยหลักแต่ง ดอยปกกลา ดอยถ้ำป่อง ดอยถ้วย ดอยผาวอก และดอยอ่างขางอันเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาแดนลาว เป็นเส้นกั้นอาณาเขต
- ทิศตะวันออก มีอาณาเขตติดต่อกับ อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอเมืองเชียงราย (จังหวัดเชียงราย) อำเภอเมืองปาน  อำเภอเมืองลำปาง (จังหวัดลำปาง) อำเภอเมืองลำพูน อำเภอป่าซาง อำเภอบ้านธิ อำเภอลี้ อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอเวียงหนองล่อง (จังหวัดลำพูน)
- ทิศตะวันตก มีอาณาเขตติดต่อกับ อำเภอปาย อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอขุนยวม อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย (จังหวัดแม่ฮ่องสอน)
- ทิศใต้ อำเภอสามเงา อำเภอแม่ระมาด และอำเภอท่าสองยาง (จังหวัดตาก) มีร่องน้ำแม่ตื่นและดอยผีปันน้ำ ดอยเรี่ยม ดอยหลวงเป็นเส้นกั้นอาณาเขต   

ภูมิอากาศ เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นเกือบตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 25.4 องศาเซลเซียส ค่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.8 องศาเซลเซียสและค่าอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20.1 องศาเซลเซียส สภาพภูมิอากาศของจังหวัดเชียงใหม่อยู่ภายใต้อิทธิพลมรสุม 2 ชนิด คือลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพภูมิอากาศ
แบ่งออกได้ 3 ฤดู ได้แก่
- ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลม         
  ฝ่ายใต้
- ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคม โดยได้รับอิทธิพลจาก ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
- ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้รับอิทธิพลจาก ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ     
  ซึ่งพัดพาเอาความหนาวเย็นจากประเทศจีนลงมาปกคลุม ประเทศไทยตอนบน
  ลักษณะอุณหภูมิของจังหวัดเชียงใหม่ มีความแตกต่างกันของฤดูกาลอย่างชัดเจน ในฤดูหนาวจะมีอากาศที่หนาวจัดและ
  ในฤดูร้อนจะมีอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งเป็นเพราะว่าจังหวัดเชียงใหม่มีสภาพภูมิประเทศโดยรวมเป็นหุบเขาและภูเขา ใน   
  ตอนกลางวันที่ถูกอิทธิพลของแดด ทำให้มีอุณหภูมิที่ร้อนมาก และในตอนกลางคืนจะได้รับอิทธิพลของลมภูเขาพัดลงมา
  ใต้ หุบเขาภายในหุบเขาอากาศจะเย็นตัวอย่างรวดเร็ว

ประชากร
จังหวัดเชียงใหม่มีประชากรทั้งสิ้น 1,666,024 คน ส่วนประชาชนบนพื้นที่สูง มีจำนวนทั้งสิ้น 312,447 คน กระจายอยู่ใน 20 อำเภอ มีชุมชนบนพื้นที่สูงในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่กระจายทั่วไป รวม 1,072 กลุ่ม ประชากร 190,795 คน ประกอบด้วยชาวไทยภูเขาเผาต่าง ๆ ได้แก่ กระเหรี่ยง แม้ว เย้า ลีซอ มูเซอ อีก้อ ถิ่น ขมุ ลัวะ และอื่น ๆ เป็นชนกลุ่มน้อย 5 กลุ่ม ได้แก่ ปะหล่อง ไทใหญ่ ไทลื้อ จีนฮ่อ และอื่นๆ รวมจำนวน 34,022 คน

อาหารการกินของชาวเชียงใหม่ (ชาวล้านนา)
อาหารของชาวเชียงใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่ทำขึ้นเองได้ง่าย โดยการใช้ผักหรือเครื่องประกอบอาหารที่มีอยู่ในท้องถิ่น ซึ่งมีการสืบทอดและวิธีปรุงต่อๆกันมา 
   ลักษณะอาหารของภาคเหนือ อาหารพื้นเมืองนั้นจะมีหลายชนิด ซึ่งจะมีความเกี่ยวเนื่องกับสภาพแวดล้อมต่างๆของเชียงใหม่ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขา ป่าไม้  ดิน และมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ อากาศชุ่มชื้น จึงทำให้มีผลผลิตทางการเกษตรมาก อาหารพื้นบ้านของจังหวัดเชียงใหม่จึงมีหลายชนิด
   ส่วนวิธีการปรุงอาหารของภาคเหนือ มีทั้งสิ้น 115 ชนิด แต่ละชนิดมีวิธีการปรุงอาหารหลายแบบ การแก๋ง  การส้า  การต๋ำ  การเจี๋ยว  การคั่วหรือผัด  การนึ่ง  การต้มส้ม  การลาบ  การแอ๊บ  การอบ  การปิ้ง  การป่าม  การจอ
   ในการจัดสำรับอาหารของชาวเชียงใหม่หรือชาวล้านนานั้น ส่วนใหญ่มักจะใช้ "ขันโตก" เป็นภาชนะสำหรับจัดตั้งกับข้าวไว้รับประทานอาหารกันตามปกติในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังนิยมใช้ขันโตกในการรับแขกอีกด้วย อาหารที่เป็นสำรับสำหรับการจัดขันโตก  ทิ่นิยมกัน เช่น  ลาบ แกงอ่อม ไส้อั่ว แคบหมู แกงฮังเล น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง พร้อมผักจิ้ม อาหารหวาน  เช่น ข้าวแต๋น ขนมจ็อก
   ชาวล้านนานิยมรับประทานพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ อาจจะเป็นผักป่า นิยมปรุงอาหารโดยไม่ใส่น้ำตาล มีรสเค็มนำและเผ็ดเล็กน้อย ใช้กะทอปรุงน้อยกว่าภาคกลาง อาหารมีลักษณะค่อนข้างแห้ง เพราะชาวล้านนารับประทานอาหารด้วยการปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนเล็กๆ แล้วจิ้มลงไปในอาหาร

การแต่งกาย
การแต่งกายของชาวล้านนา ไม่ว่าจะเป็นชนกลุ่มใดก็ตาม การแต่งกายของชายหญิงชาวล้านนา จะมีลักษณะดังนี้
   การแต่งกายชาย การนุ่งผ้าจะมีวิธีนุ่ง 3 แบบ  คือ
แบบที่ 1  นุ่งแบบจับรวมตรงเอว แล้วเหน็บตรงกึ่งกลางมีบางส่วนเหลือปล่อยห้อยลงมาจากเอว
แบบที่ 2  จับรวบเหน็บตรงเอวอีกด้านหนึ่งดึงไปเหน็บไว้ด้านหลังคล้ายนุ่งโจงกระเบน เรียกว่า "นุ่งผ้าต้อย "
แบบที่ 3  ถ้าต้องการความสะดวกในการทำงาน ขุดดิน  ทำไร่ทำนา ก็นุ่งให้กระชับมากขึ้นจนมองเห็นสะโพกทั้งสองข้าง
   โดยทั่วไปชายชาวล้านนาจะไม่สวมเสื้อ แต่จะใช้ผ้าพาดไหล่หรือห่มในยามหนาว ลักษณะผ้าจะใช้ผ้าฝ้ายทอมือ
เช่นเดียวกับผ้านุ่ง ส่วนสีของผ้านั้น จะย้อมด้วยสีจากพืช
   ต่อมานิยมนุ่งกางเกง รูปแบบของกางเกงจีน มีขาสั้น(ครึ่งหน้าแข้ง) และขายาวถึงข้อเท้า เรียกว่า "เต่วสะดอ"  เย็บจากผ้าฝ้ายทอมือ 
การแต่งกายหญิง หญิงชนบทจะนุ่งผ้าซิ่นลายขวางต่อตีน ต่อเอว สีดำและเฉพาะช่วงเอวยังต่อด้วยผ้าฝ้ายขาวอีกประมาณฝ่ามือ สีผ้าซิ่นจะย้อมด้วยสีจากพืช เป็นสีต่าง ๆ เช่นแดง ม่วง  แต่เดิม หญิงสามัญชนทั้งชาวเมืองละชนบทไม่สวมเสื้อ แต่จะใช้ผ้าผืนยาวคล้ายผ้าแถบพันรอบอก หรือคล้องคอปล่อยชายปิดส่วนอก หรือพาดไหล่ปล่อยชายทั้งสองข้างไปด้านหลัง แต่ผ้าด้านหน้าจะปิดคลุมทรวงอกหรือไม่ก็ได้  หรือจะห่มเฉียง แล้วแต่สะดวกของผู้แต่ง ถ้าหากอากาศหนาวก็จะใช้ผ้าคลุมไหล่เรียกว่า "ผ้าตุ๊ม"
   สำหรับเสื้อ เป็นความนิยมในระยะหลังเป็นเสื้อที่ตัดเย็บจากผ้าทอด้วยมือสีขาวตุ่น ซึ่งเป็นสีของฝ้ายพันธ์พื้นเมือง รูปแบบของเสื้อมีหลายแบบคือ
1. เสื้อคอกลม แขนกระบอกต่อแขนต่ำ ตัวหลวม ติดกระดุมแป๊ป  มีกระเป๋าทั้งสองข้าง
2. คอกลมตัวหลวม แขนกระบอกต่อแขนต่ำ ผ่าครึ่งอก สำหรับเสื้อชั้นในถ้าเป็นผู้ใหญ่จะติดแบบคอกลมต่ำ เว้าแขน เป็นเสื้อพอดีตัว ผู้สูงอายุแต่งตัวไปวัดจะสวมเสื้ออก
   การแต่งกายชาวเชียงใหม่ในปัจจุบัน จะแตกต่างไปจากดั้งเดิมมาก เพราะอิทธิพลอารยธรรมการแต่งกายของชาวตะวันตก และอิทธิพลของสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์ ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่รู้จักการแต่งกายที่ถูกต้องและเหมาะสมแต่ดั้งเดิม
ปัจจุบันชาวเชียงใหม่ได้เห็นความสำคัญและฟื้นฟูวัฒนธรรมการแต่งกายขึ้นมาอีก เพื่อให้ถูกต้องและถูกกาลเทศะโดยแต่งกันเฉพาะในงานเทศกาลหรืองานประเพณีต่างๆ
  

ศาสนา
ประชากรในจังหวัดเชียงใหม่ นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 91.80 ศาสนาอิสลามร้อยละ 1.17 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 5.60 ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและสิกข์ร้อยละ 0.02

ประเพณีและวัฒนธรรม
จังหวัดเชียงใหม่ มีประเพณีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมายาวนาน ส่วนใหญ่จะเป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและความเชื่อ ได้แก่
- ปีใหม่เมือง หรือสงกรานต์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี แบ่งเป็นวันที่ 13 เมษายน มีขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ และพิธีสรงน้ำพระ
  วันที่ 14 เมษายน เป็นวันที่ผู้คนจะเข้าวัดก่อเจดีย์ทราย และวันที่ 15 เมษายน เป็นประเพณีรดน้ำดำหัว ขอพรจากผู้ใหญ่
- ประเพณียี่เป็ง จัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี ในเดือนพฤศจิกายน มีการปล่อยโคมลอย การลอยกระทง ประกวดกระทงและนางนพมาศ
- เทศกาลร่มบ่อสร้าง จัดในเดือนมกราคมของทุกปี ที่ศูนย์หัตถกรรมทำร่มบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน มีการแสดงทาง 
  วัฒนธรรม ขบวนแห่
- มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จัดในอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี บริเวณสวนสาธารณะบวกหาด
- ประเพณีเข้าอินทขิล จัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ที่วัดเจดีย์หลวง เป็นการบูชาเสาหลักเมือง 

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง
- ดอยอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ ขุนเขา ลมหนาวและพรรณ
  ไม้เมืองหนาวนานาชนิด
  การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ถึง กม. 137 แยกบ้านปางควาย เลี้ยวซ้ายเข้า
  ทางหลวงหมายเลข 1249 ตรงไปประมาณ 25 กิโลเมตร
- ดอยอินทนนท์ สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ที่สวยงามทางธรรมชาติที่ขึ้นนชื่อและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากที่สุด
  การเดินทาง : โดยรถยนต์ จากตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางโดยรถยนต์ไปตามถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 58 ก่อนถึงตลาด
  อำเภอจอมทอง จะมีถนนแยกไปทางขวามือ คือ ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์ ซึ่งระยะทางถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ 48 กิโลเมตร และจาก
  ทางแยก ดังกล่าว เดินทางไปอีกประมาณกิโลเมตรที่ 8 จะมีเส้นทางแยกทางซ้ายมือเลี้ยวเข้าไป 1 กิโลเมตร จะถึงน้ำตกแม่กลาง และที่ทำการ
  อุทยานแห่งชาติตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31
- ห้วยน้ำดัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า  
 
การเดินทาง : เดินทางจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 107 และเข้าทางแยกซ้ายมือที่ตลาดแม่มาลัย (อำเภอแม่แตง) ไปตาม
  เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 (สายแม่-มาลัยปาย) จนถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 65-66 มีทางแยกขวามือซึ่งมีป้อมยามตั้งอยู่ทางเข้าถึงบริเวณ ห้วยน้ำดัง
  ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร
- โครงการหลวงวัดจันทร์ ชมป่าสนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและสัมผัสวิถีชีวิตชาวกระเหรี่ยง
  การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่ริม เลี้ยวซ้ายที่อำเภอแม่ริม ต่อไปอำเภอสะเมิง ต่อเนื่องสายสะเมิง-
  วัดจันทร์ อีกประมาณ 93 กิโลเมตร ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงศูนย์ฯ 154 กิโลเมตร
- อุทยานแห่งชาติ ออบหลวง มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศทุกประการ ออบหลวง เป็นช่องเขาที่ลำธารไหลผ่าน
  จากจังหวัดเชียงใหม่เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ถึงอำเภอฮอด แล้วเลี้ยวขวาตรงหอนาฬิกาไปตามทางสายฮอด-แม่
  สะเรียง จากอำเภอฮอดไปอีก 17 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร
- ดอยสุเทพ สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ที่ขึ้นชื่อ กล่าวว่า "หากมาเชียงใหม่ ไม่ได้ขึ้นดอยสุเทพ ก็เหมือนกับว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่"
  การเดินทาง : อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 16 กิโลเมตร เดินทางโดย รถยนต์ไปตามถนนห้วยแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่-สวนสัตว์
  เชียงใหม่ ถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร จากนั้นเดินทางต่อไปอีกเล็กน้อยถึงทางแยกด้านขวามือ มีป้ายบอกทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอย
  สุเทพ-ปุย

CCAYARPILCAGSI2WZCA6C8TS7CAMEZ3W5CA90OKY0CAH3NWVZCAW3J5EMCA9KGTPYCAD5ZG8ICATO6443CAPDM99NCATT4G97CAEUZUQ3CAT213FICA6Y58VDCAK0JXNBCA1LWR3YCAET3SXZCA7MUKE4 0804121207990976 3CAKK4TJCCAB3F8M0CAQ152OMCAOEPXXMCAMOPXI7CA675PASCAC7E6D0CAXDUAVICACAWGP9CA2775W0CASEEM8BCA3HDYOSCAISNR7HCAB0NXK9CAUXLYK0CAP8JJFDCAXTVT7YCAAH47KECAIL4DKO doisuthep